fix bar
fix bar
fix bar
fix bar
fix bar
fix bar

Newsroom

“กระทรวงดีอี” ผนึก “ดีป้า” เดินหน้าพัฒนาเยาวชนดิจิทัล เปิดตัวแพลตฟอร์ม CodingThailand

“กระทรวงดีอี” ผนึก “ดีป้า” เดินหน้าพัฒนาเยาวชนดิจิทัล เปิดตัวแพลตฟอร์ม CodingThailand สอดรับยุทธศาสตร์เสริมสร้างศักยภาพคนด้วยดิจิทัล

     6 มิถุนายน 2561 – กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ผนึก สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) หรือ ดีป้า ส่งเสริมการสร้างศักยภาพกำลังคนดิจิทัล เดินหน้าโครงการ CodingThailand เปิดตัวแพลตฟอร์มออนไลน์ CodingThailand.org ห้องเรียนออนไลน์ที่ผสานความบันเทิง เพื่อกระตุ้นความสนใจในการเรียนรู้วิทยาการคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานแก่เยาวชนยุคดิจิทัล ตั้งเป้าCodingThailand.org เข้าถึงเยาวชนไทย 10,000,000 คนทั่วประเทศ

     ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า “วันนี้คนไทยเริ่มตระหนักมากขึ้นถึงการเปลี่ยนจากสังคมแอนะล็อก (Analog) ไปสู่สังคมดิจิทัล ซึ่งทั่วโลกมีการเปลี่ยนผ่านเรื่องของดิจิทัลที่ส่งผลให้รูปแบบการดำเนินชีวิตเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น ประเทศไทยจึงไม่อาจที่จะอยู่นิ่งได้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จึงต้องเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ โครงการ Coding Thailand นับเป็นหนึ่งในนวัตกรรมทางด้านนโยบาย ที่กระทรวงดิจิทัลฯ คิดขึ้นและนำไปสู่การปฏิบัติ ด้วยหลักการสำคัญคือ การเปลี่ยนห้องเรียนที่เราคุ้นเคยกันมาเป็นห้องเรียนบนมือถือ โน้ตบุค ไอแพด ด้วยความมุ่งมั่นสำคัญที่ต้องการให้เกิดขึ้น คือ ต้องให้ประชาชนไทย ได้รับความรู้เหล่านี้ โดยได้มอบหมายให้ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เป็นผู้ดำเนินงานโครงการ Coding Thailand โดยพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ CodingThailand.org เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและวิทยาการคอมพิวเตอร์ รวมถึงฝึกฝนกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ อันเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัล เพื่อเตรียมเข้าสู่การเป็นประเทศที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสังคมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

     “การส่งเสริมและพัฒนาให้ทรัพยากรบุคคลพร้อมเข้าสู่ยุคดิจิทัลเป็นเรื่องสำคัญที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วเยาวชนที่เป็นทรัพย์สินที่มีค่าสูงสุดของประเทศ กระทรวงดิจิทัลฯ เชื่อมั่นว่าโครงการ Coding Thailand จะกลายเป็นศูนย์กลางความรู้วิทยาการคอมพิวเตอร์ของประเทศไทย เยาวชนและประชาชนทุกคนจะมีโอกาสได้เรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา และสามารถก้าวทัน เทคโนโลยี รู้เท่าทัน และสร้างสรรค์การใช้เทคโนโลยี ทั้งยังจะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม การศึกษา และเศรษฐกิจ ด้วยมิติใหม่ของการเรียนรู้ จาก CodingThailand.org ซึ่งจะช่วยให้เกิดการพัฒนาทักษะพื้นฐานด้านการวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และใช้ความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นในการดำเนินชีวิตและในการทำงานทุกอาชีพ ทั้งยังสามารถต่อยอดไปถึงการพัฒนาทักษะดิจิทัลในระดับสูงต่อไป” ดร.พิเชฐ กล่าว

     ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) กล่าวว่า “โครงการ Coding Thailand เปรียบเสมือนโลกใหม่ของการศึกษาในยุคดิจิทัล เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนากำลังคนและบุคลากรด้านดิจิทัล ซึ่งจะเป็นทรัพยากรสำคัญสำหรับการเป็นประเทศไทย 4.0 ดีป้า พัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ CodingThailand.org โดยบูรณาการความร่วมมือกับ Code.org องค์กรไม่แสวงหากำไร ซึ่งเป็นศูนย์รวมการเรียนรู้ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ของเยาวชนชั้นนำของโลก และหน่วยงานพันธมิตรเอกชน อาทิ ไมโครซอฟท์ , ซิสโก้ , กูเกิล และ อักษร เอ็ดดูเคชั่น ฯลฯ เพื่อแปลและพัฒนาเนื้อหาที่เหมาะกับเยาวชนไทยในระดับชั้นต่างๆ ทั้งยังสอดแทรกความบันเทิงและความคิดสร้างสรรค์ ที่ช่วยทำให้เยาวชนรู้สึกว่าเรื่องของวิทยาการคอมพิวเตอร์ การเขียนโค้ด (coding) นั้นเป็นเรื่องใกล้ตัวและสนุกสนาน สอดแทรกความรู้ได้อย่างลงตัว ซึ่งจะทำให้สังคมไทยมีกำลังคนดิจิทัลที่มีความรู้พื้นฐานด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และพร้อมที่จะพัฒนาไปสู่ระดับผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็นทรัพยากรที่ประเทศไทยยังคงขาดแคลนอยู่”

     “สิ่งสำคัญของ CodingThailand คือรูปแบบการเรียนรู้ผ่าน Codingthailand.org จะครอบคลุมทั้งการเรียนรู้แบบทางการและไม่ทางการ (Formal & Informal Education) โดยเน้นเนื้อหาของบทเรียนด้าน coding ให้เข้ากับบริบทการศึกษาในชั้นเรียนระดับต่างๆ ควบคู่กับกิจกรรมสนุกสนานที่กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้นอกชั้นเรียน อีกทั้งยังมีกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และกิจกรรมเพิ่มเติม ที่มุ่งพัฒนาทักษะกระบวนการคิด ตลอดจนทักษะวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงต่อยอดการเรียนรู้ด้าน Coding เพื่อให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรม โดยสามารถเรียนรู้ได้ตั้งแต่รูปแบบ Unplug หรือการเรียนรู้ที่ไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ซึ่งเหมาะกับเด็กปฐมวัย การเรียนรู้ด้วยอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เพิ่มเติม อีกทั้งดีป้า ยังมีแผนการจัดกิจกรรม Thaicode Hour กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ Coding ผ่านแพลตฟอร์ม CodingThailand.org ซึ่งมีต้นแบบมาจาก Hour of Code ที่ประสบความสำเร็จมาแล้วทั่วโลก ในการส่งเสริมให้ทุกคนเริ่มต้นการ CODE ได้ง่ายๆ ในระยะเวลาเพียง 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งเพียงพอต่อการเรียนรู้วิทยาการคอมพิวเตอร์ได้อย่างสนุกสนานและสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และเข้าใจในวิทยาการคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน ตลอดจนพัฒนาไปสู่นักวิทยาการคอมพิวเตอร์ได้ในอนาคต โดยมีแผนกิจกรรมสำหรับเยาวชนครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วไทย ที่สำคัญยังมีแผนการจัดแข่งขัน Coding Thailand Tournament ที่จะสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ด้าน Coding เข้ากับไลฟสไตล์ของเยาวชนไทยในปัจจุบัน ถือเป็นการปฏิวัติรูปแบบการเรียนรู้ด้านดิจิทัลของเยาวชนไทยอย่างแท้จริง

     “ดีป้า เชื่อว่าแพลตฟอร์ม Codingthailand.org จะสามารถเข้าถึงเยาวชนได้ ไม่น้อยกว่า 10 ล้านคนทั่วประเทศภายใน 3 ปีหลังจากการเปิดตัว และจะกลายเป็นโลกของการศึกษาแบบใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งยังจะช่วยสร้างโอกาสให้เด็กนักเรียนเข้าถึงการเรียนรู้ที่ไม่รู้จบ เรียนได้ทุกที่ทุกเวลาทุกช่องทาง จะเกิดรูปแบบการศึกษาที่ขนานไปกับวัฒนธรรมในมิติของบุคคล คือ เยาวชน และในมิติของสังคม คือ ครอบครัว ซึ่งเราจะได้เห็นความสุขที่เกิดขึ้นจากการเรียนรู้ที่เปลี่ยนไปจากการเรียนแบบเดิมๆ นี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของที่ดีป้าเชื่อมั่นว่าเยาวชนไทยที่เป็นกำลังสำคัญของประเทศจะได้รับการพัฒนา ทั้งในเชิงความรู้ ความ สามารถ และเกิดการแข่งขันได้บนพื้นฐานของความสุขร่วมกับครอบครัวและสังคมไทย” ดร.ณัฐพล กล่าวทิ้งท้าย

     ด้าน Ms.Alice Steinglass (อลิซ สเตนกลาส) ประธาน Code.org กล่าวว่า “เศรษฐกิจดิจิทัล กำลังเข้ามามีบทบาทและมีความสำคัญในทุกอุตสาหกรรมรวมถึงการทำงานในแวดวงต่างๆ โดยมีการคาดการณ์จากผู้เชี่ยวชาญว่าเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบอัตโนมัติจะเข้ามาทดแทนการทำงานของมนุษย์ทั่วโลกมากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ที่กำลังทำงานอยู่ทั่วโลกในปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้ จึงถือเป็นเรื่องสำคัญที่เด็กทุกคนควรได้รับการส่งเสริมและพัฒนาทักษะให้พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงด้วยการเรียนรู้ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์และวิทยาการคำนวณ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในศตวรรษที่ 21 และทักษะพื้นฐานเหล่านี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของเยาวชนไทยให้ไม่ใช่เพียงแค่ “ใช้” เทคโนโลยีดิจิทัล แต่ยังสามารถ “สร้างสรรค์” ได้ในอนาคต นั่นคือ สิ่งที่ Code.org ในฐานะองค์กรไม่แสวงหากำไร มุ่งส่งเสริมให้นักเรียนและบุคลากรทางการศึกษาสามารถเข้าถึงหลักสูตรการเรียนรู้ต่างๆได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย Code.org เป็นผู้นำในด้านการเรียนการสอนวิทยาการคอมพิวเตอร์สำหรับการศึกษาตั้งแต่อนุบาล ประถมศึกษา และ มัธยมศึกษา โดยมีนักเรียนกว่า 25 ล้านคน และ ครูราว 800,000 จากกว่า 180 ประเทศทั่วโลก ลงทะเบียนเพื่อร่วมเรียนรู้บนแพลตฟอร์มของเรา”

     “การที่ประเทศไทย โดย กระทรวงดีอี และ ดีป้า ตระหนักในการส่งเสริมกำลังคนดิจิทัลของไทย ด้วยการพัฒนาแพลตฟอร์ม Codingthailand.org ถือเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับ Code.org ที่จะได้แบ่งปันเนื้อหาและองค์ความรู้ให้กับโครงการที่สำคัญอย่างยิ่งกับคนไทย ซึ่งการส่งเสริมทักษะเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของเยาวชนด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์นั้น จะเป็นการเตรียมพร้อมที่สำคัญในการก้าวสู่ยุคสังคมเศรษฐกิจดิจิทัล เยาวชนจะต้องเรียนรู้ตั้งแต่ทักษะด้านการวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และสร้างสรรค์ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมที่นำประโยชน์มาสู่สังคมโลกได้อย่างไม่สิ้นสุด” Ms.Alice Steinglass กล่าว

 

     นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “หนึ่งในพันธกิจหลักของไมโครซอฟท์คือต้องการเป็นกำลังสำคัญให้กับทุกคนบนโลกใบนี้ซึ่งรวมไปถึงความตั้งใจที่จะส่งเสริมเยาวชนทั่วโลกรวมถึงเยาวชนไทยให้มีทักษะทางดิจิทัลเพื่อให้พวกเค้าสามารถบรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่และก้าวข้ามขีดจำกัดในยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลได้ ผมในนามของไมโครซอฟท์มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการนำ Microsoft Azure ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มคลาวด์อัจฉริยะเข้ามาใช้ในการจัดทำห้องเรียนออนไลน์ CodingThailand.org เพื่อส่งเสริมการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล(depa) และ Code.org รวมถึงเรายังสนับสนุนการอบรมครูเชิงลึกทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถความรู้และความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้กับครูผู้ฝึกสอน ซึ่งเราตั้งเป้าโดยร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล(depa) ในการอบรมครูและนักเรียนทั่วประเทศภายในสิ้นปีนี้ เพราะเราเชื่อว่าเยาวชนคืออนาคตที่สำคัญในการสรรค์สร้างนวัตกรรมให้เจริญก้าวหน้า และเยาวชนไทยก็มีความสามารถไม่น้อยไปกว่าชาติอื่น ผมมั่นใจว่าแพลตฟอร์มนี้จะเป็นส่วนสำคัญที่เข้ามาช่วยสร้างทักษะความรู้ทางดิจิทัลให้กับครูและนักเรียนซึ่งจะเป็นหนึ่งในฟันเฟืองในการช่วยรัฐบาลให้บรรลุเป้าหมายนโยบายไทยแลนด์ 4.0”



รมว.ดีอี เยือนโรงเรียนมีชัยพัฒนา จังหวัดบุรีรัมย์ “ต้นแบบห้องเรียนออนไลน์”

7 พฤษภาคม 2561 , บุรีรัมย์

 

     รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ เยือนโรงเรียนมีชัยพัฒนา จ.บุรีรัมย์ ต้นแบบห้องเรียนออนไลน์ Coding Thailand แห่งแรกของไทย จุดประกายเด็กเข้าสู่โลกดิจิทัลตั้งแต่ประถมวัย หนุนต่อยอดพัฒนาเด็กรุ่นใหม่รู้เท่าทันเทคโนโลยี เตรียมพร้อมนำไปใช้พัฒนาประเทศในทุกมิติ

 

     กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ร่วมมือกับ code.org องค์กรไม่แสวงหากำไร และ ไมโครซอฟท์ พร้อมด้วยหน่วยงานพันธมิตร นำโครงการ Coding Thailand หรือ ห้องเรียนออนไลน์เพื่อการเรียนรู้วิทยาการคอมพิวเตอร์ มาใช้เป็นครั้งแรกของประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ของเยาวชนในด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ เพื่อเตรียมความพร้อมเด็กไทยให้เข้าสู่โลกดิจิทัลอย่างแท้จริง โดย depa ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้สำหรับเยาวชนทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาทั่วประเทศ โดยเรียนผ่านช่องทางออนไลน์ CodingThailand.org เพื่อการลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย

     ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดีอี กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลคาดหวังคือ อยากเห็นประเทศไทยปรับตัวโดยการนำดิจิทัลมาใช้ในการเรียนการสอนมากขึ้น แต่สิ่งที่ต้องการมากไปกว่าเด็กไทยมีความรู้เรื่องเทคโนโลยี คือ การรู้เท่าทันโลกดิจิทัล และ การนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปพัฒนาประเทศในมิติต่าง ๆ เนื่องจากดิจิทัลเข้ามามีบทบาททำให้คนพัฒนาตัวเองได้อย่างก้าวกระโดด ในอนาคตอันใกล้ การทำงานในลักษณะใช้ทักษะซ้ำ ๆ จะถูกลดความสำคัญลง และ การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสู่การเรียนรู้อย่างเหมาะสม

     ด้าน ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) กล่าวว่า ดีป้าจะพัฒนาแพลตฟอร์ม Codingthailand.org ในรูปแบบภาษาไทยพร้อมจัดชุดเนื้อหาให้เหมาะสมกับเด็กไทย และมีการนำฮาร์ดแวร์ชั้นนำของโลกมาประกอบการเรียนการสอนให้เด็ก ๆ ต่อยอดความคิดสร้างสรรค์พัฒนาสู่การทำงานต่อไป โดยจะนำร่องที่โรงเรียนมีชัยพัฒนาและต่อยอดไปทั่วประเทศภายในปีนี้ เราเชื่อว่า CodingThailand.org จะกลายเป็นเรื่องมือสำคัญในการพัฒนากำลังคนและบุคลากรด้านดิจิทัล โดยการกระตุ้นความสนใจในวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยพัฒนาทักษะพื้นฐานในการวิเคราะห์ แก้ปัญหา และใช้ความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งสามารถต่อยอดไปถึงการพัฒนาทักษะดิจิทัลในระดับสูง ถือเป็นการเตรียมความพร้อมในการพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัลในภาคอุตสาหกรรม การศึกษา และสังคม เข้าสู่การเป็นประเทศที่ขับเคลื่อนเศษฐกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลต่อไป

 


กระทรวงดีอี โดย ดีป้า จับมือ Code.org ผุดห้องเรียนออนไลน์ สร้างคนพันธุ์ดิจิทัล

7 พฤษภาคม 2561 , กรุงเทพฯ

     กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) โดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ประชุมหารือเตรียมความพร้อมในการพัฒนาแพลตฟอร์ม codingthailand.org โดยได้รับเกียรติจาก รัฐมนตรีดีอี ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ เป็นประธานฯ พร้อมด้วยผู้บริหารจาก Code.org และ หน่วยงานพันธมิตร ร่วมประชุมหารือและวางแผนในการพัฒนาหลักสูตรตลอดจนกิจกรรมให้เหมาะกับบริบทการศึกษาในประเทศไทย

      ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) กล่าวว่า ฟันเฟืองสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมดิจิทัลของประเทศไทยให้สามารถพัฒนาและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลได้นั้นจำเป็นต้องเริ่มจากการพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัล โดยควรเริ่มตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ซึ่ง รมว.ดีอี ตระหนักในความสำคัญ โดยมอบหมายให้ดีป้าดำเนินงานพัฒนา CodingThailand.org ห้องเรียนออนไลน์เพื่อการเรียนรู้วิทยาการคอมพิวเตอร์ (Computer Science) ซึ่ง ดีป้า ร่วมมือกับ Code.org องค์กรที่ไม่แสวงหากำไร ซึ่งเป็นแหล่งให้ความรู้ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ชั้นนำของโลก ผ่านบทเรียนแบบง่ายๆ ในช่องทางออนไลน์ ทั้งเว็บไซต์ และ สมาร์ทโฟน นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรที่มากประสบการณ์ อาทิ ไมโครซอฟต์ (ไทยแลนด์) บริษัท อักษร เอ็ดดูเคชั่น จำกัด (มหาชน) ฯลฯ ซึ่ง CodingThailand.org จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนากำลังคนและบุคลากรด้านดิจิทัล โดยการกระตุ้นความสนใจในด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ สำหรับเยาวชนและบุคคลทั่วไป เพื่อช่วยพัฒนาทักษะพื้นฐาน ในการวิเคราะห์ แก้ปัญหา และใช้ความคิดสร้างสรรค์ ถือเป็นการเตรียมความพร้อมในการพัฒนากำลังคนเพื่อเข้าสู่การเป็นประเทศที่ขับเคลื่อนเศษฐกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

      ด้าน นายแพทย์ ยงค์ประดิษฐ์ ผู้บริหารวิชาการสูงสุดของ Code.org กล่าวว่า การตัดสินใจของประเทศไทยไม่เพียงบรรจุหลักสูตรคอมพิวเตอร์ลงในแผนการศึกษาของชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ยังผนึกกำลังกับหน่วยงานต่าง ๆ ถือเป็นความุ่งมั่นครั้ง ผมชื่นชมวิสัยทัศน์ของรัฐมนตรีฯ ที่ตระหนักในการทำเว็บไซต์ที่เปิดโอกาสให้ทางโรงเรียน นักเรียน และหน่วยงานต่าง ๆ เข้าไปหาข้อมูลเกี่ยวกับวิทยาการคอมพิวเตอร์ รวมถึงจะเป็นประโยชน์ต่อครูเพื่อส่งต่อความรู้สู่เด็กนักเรียนนับล้านคนต่อไป ในฐานะลูกหลานไทย ผมรู้สึกยินดีมากที่จะนำประสบการณ์ของผมที่ Code.org มาช่วยสร้างโอกาสให้เด็กนักเรียนไทยได้เรียนวิทยาการคอมพิวเตอร์ และรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ร่วมงานกับดีป้าในการช่วยให้เด็กทุกคนในเมืองไทยได้มีโอกาสเรียนวิทยาการคอมพิวเตอร์ซึ่งจะช่วยบ่มเพาะให้เด็กเติบโตขึ้นในฐานะผู้สร้างอนาคตเศรษฐกิจดิจิทัล”